About

สรุป Training: Business Language for Technologists

Jul 22nd, 2026

1 min read

หลักสูตรนี้สอนให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสื่อสารกับผู้บริหารและฝ่ายธุรกิจโดยเน้น ผลลัพธ์และประโยชน์ทางธุรกิจ แทนการอธิบายรายละเอียดทางเทคนิคหรือคุณสมบัติของระบบ

1. พูดภาษาธุรกิจ ไม่ใช่ภาษาระบบ

คนในธุรกิจไม่ได้ต้องการฟังว่าเทคโนโลยีทำงานอย่างไร แต่ต้องการรู้ว่าเทคโนโลยีนั้นช่วยอะไร เช่น

  • ลดต้นทุนหรือความเสี่ยงอย่างไร

  • เพิ่มรายได้หรือประสิทธิภาพอย่างไร

  • สนับสนุนเป้าหมายองค์กรอย่างไร

  • ทำให้ผลลัพธ์คาดการณ์ได้ดีขึ้นอย่างไร

แนวคิดเปรียบเทียบคือ ลูกค้ามาร้านอาหารเพื่ออาหารและบริการ ไม่ได้มาเพื่อฟังรายละเอียดระบบทำความเย็นหรือเตาอบ ดังนั้นการนำเสนอควรเน้น “คุณค่าที่ได้รับ” มากกว่า “ระบบเบื้องหลัง”

2. กรอบ BeST Framework

Business-established Service Taxonomy: BeST แบ่งภาษาขององค์กรออกเป็น 3 ระดับ

ระดับคำถามหลักผู้เกี่ยวข้อง
Missionทำไมองค์กรจึงมีอยู่Board, C-suite
Strategyองค์กรจะทำอะไรเพื่อบรรลุพันธกิจผู้บริหารและผู้บริหารอาวุโส
Serviceจะดำเนินการอย่างไร ผ่านผลิตภัณฑ์ ระบบ หรือบริการใดEngineer, Admin, Team Lead, Middle Manager

ผู้ทำงานเทคโนโลยีมักอยู่ในระดับ Service แต่ต้องสามารถเชื่อมโยงงานของตนกลับไปยัง Strategy และ Mission ขององค์กรได้

ตัวอย่าง:

  • Mission: ปกป้องความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

  • Strategy: ใช้การเข้ารหัสข้อมูล

  • Service: เลือกและติดตั้งเครื่องมือหรือระบบเข้ารหัสที่เหมาะสม

3. การเล่าเรื่องเพื่อสื่อสารคุณค่าทางธุรกิจ

การนำเสนอควรสั้น ชัด และเคารพเวลาผู้ฟัง โดยพยายามสรุปสารสำคัญให้ได้ภายในประมาณ 2 นาที ไม่ใส่รายละเอียดที่ไม่จำเป็น

เรื่องราวทางธุรกิจควรมี 3 ส่วน:

  1. ปัญหาหรือโอกาส — สถานการณ์ปัจจุบันคืออะไร

  2. คุณค่าหรือผลลัพธ์ — ข้อเสนอจะช่วยธุรกิจอย่างไร

  3. แผนปฏิบัติการ — ต้องการให้ผู้ฟังอนุมัติ สนับสนุน หรือลงมือทำอะไร

หัวใจคืออธิบายการเปลี่ยนแปลงจาก จุด X ไปยังจุด Y และหลีกเลี่ยงการหลงเข้าไปในศัพท์เทคนิค

4. รู้จักผู้ฟัง

ภาษาที่ใช้กับผู้บริหารธุรกิจไม่ควรเหมือนภาษาที่ใช้กับทีมวิศวกร ต้องประเมินว่าแต่ละคนอยู่ในระดับใดของความรู้และความสามารถ ได้แก่

  • ไม่รู้ว่าตนเองยังไม่รู้

  • รู้ว่าตนเองยังทำไม่ได้

  • ทำได้เมื่อตั้งใจและใช้ความพยายาม

  • ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ

การสื่อสารที่ดีต้องพบผู้ฟัง “ในระดับที่เขาอยู่” ผ่านการสังเกต การสนทนา ความอดทน และความเข้าใจ

5. เทคนิคการนำเสนอ

ใช้หลัก:

  • บอกก่อนว่าจะพูดอะไร

  • อธิบายเนื้อหา

  • สรุปอีกครั้งว่าพูดอะไรไปแล้ว

ผู้พูดควรควบคุมเสียง จังหวะ ความเร็ว การออกเสียง ท่าทาง และไม่พูดเกินเวลาที่ได้รับ

6. เรียนรู้แบบ Learn–Do–Reflect

การพัฒนาทักษะควรเป็นวงจรต่อเนื่อง:

เรียนรู้ → ลงมือทำ → หยุดทบทวน → ปรับปรุง

ไม่ควรทำงานตลอดเวลาโดยไม่ตรวจสอบ เพราะการเคลื่อนไหวไม่ได้หมายถึงความก้าวหน้าเสมอไป การทบทวนช่วยให้ตรวจสอบว่าสิ่งที่ทำยังสอดคล้องกับเป้าหมายหรือควรปรับเปลี่ยน

อีกแนวคิดสำคัญคือแยกให้ออกระหว่าง:

  • Doing things correctly: ทำงานตามมาตรฐานอย่างถูกต้อง

  • Doing the correct things: เลือกทำสิ่งที่ถูกต้องและสอดคล้องกับ Mission และ Strategy

คนเทคโนโลยีอาจสร้างระบบอย่างถูกวิธี แต่ระบบนั้นอาจไม่ใช่สิ่งที่องค์กรควรลงทุนก็ได้

7. สร้างคำศัพท์กลางร่วมกัน

องค์กรควรกำหนดนิยามคำสำคัญให้ตรงกัน เพราะคำเดียวอาจถูกตีความแตกต่างกันในแต่ละทีม ก่อนเริ่มโครงการควร:

  • ตรวจสอบสมมติฐาน

  • ตกลงความหมายของคำหลัก

  • จัดทำ glossary

  • ใช้นิยามมาตรฐานจากแหล่ง เช่น ISO, NIST และ ITIL

สิ่งนี้ช่วยลดความเข้าใจผิด ทำให้ความคาดหวังตรงกัน และทำให้ผลลัพธ์คาดการณ์ได้มากขึ้น

8. เรียนรู้ภาษาการเงิน

เงินเป็นภาษากลางขององค์กร ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีควรเข้าใจแนวคิด เช่น

  • Profit center และ Cost center

  • Total Cost of Ownership

  • OPEX และ CAPEX

  • Revenue, Cost และ Expense

  • Profit and Loss Statement

  • EBITDA และ Margin

  • Run rate

  • Cost of entry

  • Net Present Value

ข้อเสนอเทคโนโลยีจึงไม่ควรเพียงระบุว่าโซลูชัน “มีคุณภาพ” แต่ต้องสามารถ วัดและอธิบายผลกระทบทางการเงิน ได้ด้วย

ข้อสรุปสำคัญ

นักเทคโนโลยีที่มีคุณค่าสูงไม่ได้เพียงเก่งด้านเทคนิค แต่สามารถอธิบายได้ว่า:

งาน ผลิตภัณฑ์ หรือบริการทางเทคโนโลยีของตน ช่วยให้องค์กรบรรลุ Mission และ Strategy พร้อมสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้อย่างไร

summary-Business Language for Technologists.png


Related Posts